น้องปอ หลานสาวจอมป่วนของผมครับ 5 ขวบแล้ว ณ ปีนี้



เรื่องมีอยู่ว่าในระหว่างที่พวกเรานั่งกินข้าวด้วยกันทั้งครอบครัว ส่วนตัวน้องปอนั้นสั่งราดหน้ามากิน

หลังจากกินกันไปได้ซักพัก ทุกคนก็คุยแล้วกันอยู่ดี ๆ แล้วจู่ ๆ น้องปอก็ร้องให้ขึ้นมาเสียงดังเลยครับ

ฮืออออออ ............ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ ........................ !!!

ทุกคนก็ตกใจกันหมดถามว่าน้องปอ เป็นอะไรลูก .... หรือว่าเผ็ด ปอใส่พริกหรือเปล่า

หรือว่าเส้นติดคอ ................ เคี้ยวไม่ละเอียดหรือเปล่า

หรือว่าเผลอกินผักเข้าไปแล้วขม ............... แต่ว่า เอน้องปอก็กินผักได้นิ่ !!!!

ฮืออออออ ............ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ ........................ !!!

ปอเป็นอะไรลูก ทุกคนยิ่งเป็นห่วงหนัก เพราะปอเอาแต่ร้องให้ท่าเดียวไม่ยอมพูด จา

ฮืออออออ ............ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ ........................ !!!

ปอเป็นอะไรลูก........................

ฮือออออ !! ฮือ ............................... ปออิ่มอ่ะ ฮืออออออ !!!




จบข่าว

อิ่มแล้วจะร้องทำไม หา.......................... เฮอะ ๆ ๆ ๆ
สวัสดีครับพี่น้อง !!! หลังจากผมติดภารกิจ ห่างหายไปนาน แต่ชีวิตของน้องปอ หลานสาววัย 5 ขวบ ของผมก็ยังคงดำเนินต่อไปครับ (หมายเหตุ : สำหรับท่านที่เพิ่งเข้ามาอ่านตอนนี้เป็นตอนแรก ก็อย่าลืมย้อนไปอ่านน้องปอ ตอน ก่อน ๆ หน้านี้กันด้วยนะครับบบบ !!! )

วันนี้ก็เลยจะขอเล่าบางช่วงบางตอนในชีวิตของน้องปอ มาให้ทุกท่านฟังกันนะครับบบบบบ !!!!





เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่ผมกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำครับ ซึ่งข้าง ๆ ห้องของผม น้องสาวผมกำลังอาบน้ำให้น้องปออยู่ครับ ผมจึงมิสามารถเห็นภาพได้ แต่ได้ยินเสียงบทสนทนาระหว่างน้องสาวของผม และ น้องปอ อย่างชัดเจน ดังนี้ครับบบ !!!

ก้อย : ปอ !!! อ้าวหลับตา เจ้ก้อยจะราดน้ำแล้วนะ !! ซ่า .......... (เสียงน้ำราดลงไปบนตัวน้องปอ)

ก้อย : น้องปอ อย่าดิ้นสิ เจ้ก้อยถูสบู่ไม่ถนัด..............

ก้อย : น้องปอ เจ้ก้อยบอกอย่าดิ้น อย่าดิ้น ไง !!! เดี๋ยวอาบน้ำไม่สะอาด !!!

ก้อย : ตะโกนออกมาเสียงดัง (ด้วยความอารมณ์เสีย ในพฤติกรรมอยู่ไม่สุขของน้องปอ ) ปอ !!! บอกว่าอย่าดิ้นไง อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวยาสระผมมันเข้าตาแล้วเห็นไหม อยู่เฉย ๆ ไม่เป็นหรือไงงงงงงง !!!

ทันใดนั้นเอง !!! ผมได้ยินเสียงน้องปอตะโกนสวนกลับไปทันทีว่า

ปอ : โห โว้ย !!!! ................ เจ้ก้อย บอกแต่ให้ปออยู่เฉย ๆ อยู่เฉย ๆ อยู่นั่นแหละ !!!! เจ้ก้อยไม่รู้เหรอ อยู่เฉย ๆ มันก็เป็นคนไม่มีประโยชน์นะซิ มันก็เป็นคนไร้ค่าน่ะ เจ้ก้อยไม่รู้เหรอ ให้ปอได้ทำอะไรบ้างได้ไหม !!!!!!

................................ !!!!

........................ !!!



อยู่เฉย ๆ มันก็เป็นคนไม่มีประโยชน์ เป็นคนไร้ค่า !!! ................ เออ มันก็จริงอย่างที่น้องปอว่าอ่ะนะ !!!

แต่ว่าในสถาการณ์อาบน้ำแบบนี้ ผมอยากจะบอกกับน้องปอเหลือเกินว่า สิ่งเดียวที่น้องปอจะทำให้เจ้ก้อยได้เนี่ย !! นั่นคือการนั่งอยู่เฉย ๆ น่ะดีที่สุดแล้ว ยาสระผมมันจะเข้าตา !!! เฮอะ ๆ ๆ ๆ

อยู่เฉย ๆ มันก็เป็นคนไม่มีประโยชน์ เป็นคนไร้ค่า คิดได้ยังไงวะ เฮอะ ๆ ๆ ๆ



จบแล้วครับสำหรับตอนนี้ ไว้มีโอกาสจะมาเล่าเรื่องของน้องปอให้ฟังใหม่นะครับบบบบบ !!!!

ต่อจากตอนที่ 2.1 นะครับ

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมซึ่งกำลังจะได้ขึ้นไปเป็นพิธีกรสัมภาษณ์และจัดกิจกรรมให้กับงานของบริษัทซึ่งจะมีน้อง ๆ AF6 ทั้งหมดมาขอบคุณบริษัทของผมซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักครับ

เมื่อผมเตรียมตัวพร้อมแล้ว เหตุการณ์ในวันจริง จะเป็นอย่างไร เชิญทุกท่านอ่านได้นะบัดนี้ครับบบบบบ !!!!

ต้องขอยอมรับจริง ๆ ครับว่าคืนก่อนวันงานผมนอนไม่ค่อยหลับจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมที่ได้ทำมักจะเป็นการจัดให้กับพนักงานในองค์กร หรืองานนอกที่รับก็จะจัดให้กับพนักงานบริษัทเท่านั้น แต่สำหรับครั้งนี้ ไม่เหมือนกับทุกครั้งครับ AF นะครับพี่น้อง !!! 12 นักล่าฝัน บนเวทีเดียวกัน โดยมีผมคนเพ้อฝันอยู่บนนั้นด้วย (อย่างน้อย ๆ ในชีวิต ก็จะได้ไปโม้ให้ลูกหลานฟังได้ว่า เคยกระทบไหล่ AF มาแล้ว เฮอะ ๆ ๆ)

กำหนดการในวันนั้น 1.30 ชั่วโมง คือ การสัมภาษณ์ แต่ละท่าน 30 นาที เล่นเกมร่วมสนุก 30 นาที และ น้อง ๆ AF ร่วมร้องเพลง 1 เพลง และถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับศิลปินครับบบบ !!!

พอถึงวันจริง ตั้งแต่เช้าครับ ผมก็ไปซักซ้อมคิวกับทีมเครื่องเสียง ว่าจะต้องเปิดเพลงอะไรบ้าง ต่าง ๆ โดยเฉพาะเพลงหลักที่น้อง ๆ AF จะใช้ร้องสดในวันนั้น ซึ่งจะเป็นเพลงอะไรไปไม่ได้นอกจากเพลง

บนทางเดิน แห่งความฝันนี้ อาจไม่มี................... !!! เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องก็ซ้อมเปิดกันอยู่หลายรอบเลยทีเดียว ทั้งดังเบา ครบรูปแบบ

ซ้อมกับอุปกรณ์เล่นเกม คนเตรียมอุปกรณ์ ซ้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(เพื่อคอยคุ้มกันไม่ให้แฟนคลับของน้อง ๆ AF มารุมกระทืบผมฮะ เฮอะ ๆ ๆ)

เมื่อถึงเวลาจริง ก็เป็นไปตามคาดครับ พอผมพูดว่า ขอเสียงปรบมือต้อนรับ น้อง ๆ นักล่าฝัน AF 6 ครับบบบ !!! เพียงแค่นั้นแหละเสียงกรี๊ดดังสนั่นห้องประชุมที่จุคนได้เกือบ 500 เลยครับ (ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้สภาพคนอยู่ในห้องเหมือนคนมาฟังสัมนาเลยครับ เฮอะ ๆ ก็ทำกันไปได้เนอะ)

ต้องขอบอกครับว่า น้อง ๆ นักล่าฝันทุกคน เป็นกันเองมาก ทั้งในเรื่องของการพูดคุย การทำกิจกรรม ไม่ว่าจะให้ทำอะไร เค้าทำได้หมดครับ ทั้งเต้น ทั้ง Boom ทั้งทำเป็นผู้หญิง ก็ทำครับ น่ารักมากจริง ๆ ครับ ผมไม่สงสัยแล้วแหละครับว่าทำไมพวกเค้าเหล่านี้ถึงมีแฟนคลับกันมากมายเช่นนี้

ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีครับ จนมาถึงตอนจบ เมื่อผมประกาศว่า เรามาส่งท้ายน้อง ๆ AF6 ในวันนี้กันกับเพลงนี้ครับบ !!! ขอเสียงปรบมือด้วยครับบบบบ !!!

.................................................

.........................................

.................................

เออ !!! คือ เพลงมันไม่ดังครับ อารมณ์เหมือนกับลำโพงจะแตก เสียงฟังไม่รู้เรื่องเลยครับ

อะไรว่ะ ผมรำพึงในใจ ตอนซ้อมเมื่อเช้าก็ดังดีนี่หว่า !!! จะมาตกม้าตายตอนจบซะแล้วเรา

ถ้าเป็นคุณล่ะครับ คุณจะแก้ปัญหาระบบเสียงนี้อย่างไร !!!

เกร็ดการเรียนรู้

การทำเราจะก้าวไปเป็นนักทำกิจกรรม บรรยาย มืออาชีพนั้น สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นของคู่กันนั่นคือ ระบบเสียงครับ สำหรับท่านที่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมตรงนี้ หรือเป็นวิทยากร จะทราบกันดีอยู่แล้วว่าระบบเสียงที่ดีนั้น จะสามารถช่วยให้การบรรยาย และทำกิจกรรมเป็นไปได้ด้วยความราบรื่น เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามครับ ก่อนที่ท่านจะทำกิจกรรมครั้งใด ขอให้อย่าลืม เช็คเครื่องเสียงให้ดีก่อนทุกครั้งนะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมแนะนำให้ซื้ออุปกรณ์พ่วงต่อติดตัวไว้ด้วยในกรณีฉุกเฉินนะครับ เช่นสายเสียง ชุดไมค์ลอย สายต่อโปรเจคเตอร์ สาย USB เป็นต้นครับ สิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยท่านในยามฉุกเฉินได้นะครับ อย่าลืม

สำหรับตอนนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะครับ ตอนต่อไปจะมีเกร็ดอะไรมาเล่าสู่กันฟังอีก กรุณาช่วยติดตามและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับที่สละเวลาในการอ่าน โดยไม่มีรูปซักใบ เฮอะ ๆ ๆ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับบบบ !!!

สวัสดีครับทุกท่าน

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม ผมได้เคยเขียนเรื่องของน้องปอ ตอนพิเศษไป 1 ครั้ง เกี่ยวกับวันแม่แห่งชาติครั

เดือนธันวาคมนี้ก็เลยขอเขียนตอนพิเศษขึ้นมาอีก 1 ตอนแล้วกันนะครับ

ซึ่งเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เชิญอ่านได้ ณ บัดนี้ครับบบบบบ !!!!



เหตุเกิดขึ้น ณ คืนวันพุธที่ผ่านมานี้ครับ

อย่างที่ทุกท่านจะพอทราบกันอยู่วัน ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ ก่อนวันเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ทางโรงเรียนมักจะจัดกิจกรรมให้นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของเทศกาลนั้น ๆ

ซึ่งในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติก็เช่นกันครับ

ทางโรงเรียนจะมีพิธี ไหว้พ่อ ซึ่งจะเชิญคุณพ่อ ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

แต่ทางโรงเรียนจะจัดในวันที่ 4 ธันวาคม เพราะวันที่ 5 เป็นวันหยุดครับ

คืนวันก่อนวันงาน ผมก็ดันไปแอบได้ยินน้องปอคุยกับพ่อเข้า ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นบทสนทนาที่น้องปอคุยกับพ่อเมื่อคืนวันก่อนวันงานไหว้พ่อนะครับ.................



น้องปอ : ฮัลโหล พ่อเหรอ วันพรุ่งนี้พ่อจะมาหาหนูกี่โมงค่ะ

พ่อ : น่าจะประมาณ 8 โมงนะลูก แล้วงานเริ่มกี่โมงครับน้องปอ

น้องปอ : ปอไม่รู้ แต่พ่อรีบมานะ เพราะปอซื้อดอกไม้ กับน้ำหอมมาแล้วด้วยค่ะ

พ่อ : (ด้วยความสงสัย ไอ้ดอกไม่น่ะคงไม่สงสัยหรอกเพราะว่าเอามาไหว้พ่อก็ต้องมีดอกไม้ แต่ว่าไอ้น้ำหอมนี่ซิ)

อ้าว !!! น้องปอแล้วซื้อน้ำหอมมาทำอะไรล่ะลูก

น้องปอ : อ้าว !! ก็เอาไว้ใส่เท้าพ่อไง เดี่ยวเท้าพ่อเหม็น เพราะว่าปอต้องกราบเท้าพ่อด้วยนะ แล้วก็พ่อไม่ต้องใส่ถุงเท้ามานะค่ะ เท้าพ่อจะได้ไม่เหม็น .......................................

พ่อ : เอาหยังงั้นเลยเหรอลูก.............................



เฮอะ ๆ ๆ นี่แหละครับบทสนทนาของน้องปอกับพ่อคืนก่อนถึงวันงานไหว้พ่อครับ ซึ่งผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าวันงานนั้น น้องปอ ได้เอาน้ำหอมใส่เท้าพ่อหรือเปล่า หรือพ่อน้องปอใส่ถุงเท้ามาหรือเปล่า แต่ผมก็คิดว่าถือเป็นวันดีอีกวันหนึ่งที่น้องปอและพ่อจะได้เจอหน้ากันและมีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกันครับ เท้าเหม็น ไม่เหม็น ไม่เกี่ยว เกี่ยวเรื่องเดียวคือเค้ารักกันก็พอครับ

เฮอะ ๆ ๆ เอาน้ำหอมมาใส่เท้าพ่อกลัวพ่อเท้าเหม็น คิดได้ไงว่ะเนื่ย !!!!! เฮอะ ๆ ๆ

** อ่านจบแล้วอย่าลืมไปกราบเท้าพ่อกันนะครับ (เหม็นไม่เหม็นมาบอกกันด้วยนะครับ เฮอะ ๆ ๆ )
  สำหรับงานนี้ เป็นงานที่เกิดขึ้นมาประมาณเดือนที่แล้วครับ ถือเป็นโอกาสที่ดี โอกาสหนึ่งซึ่งไม่ได้มีมาบ่อย ๆ เมื่อเค้าติดต่อมาผมว่าเป็นใคร ใครก็คงรีบตกปากรับคำอย่างรวดเร็วเหมือนผมแน่ ๆ ครับ ซึ่งงานนั้นก็คือ งานขอบคุณสื่อมวลชนของ น้อง ๆ นักล่าฝัน AF6 นั่นเองครับ ซึ่งบริษัทของผมนั้นเป็น 1 ในผู้สนับสนุนหลัก ดังนั้น ทุกครั้งที่การแข่งขันจบลง น้อง ๆ นักล่าฝันก็จะทยอยเดินทางมาขอบคุณบริษัทต่าง ๆ ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของการจัดงาน

     โดยปกติแล้ว ทางน้อง ๆ AF ก็ได้มาขอบคุณบริษัท ทุก ๆ ปีอยู่แล้ว แต่ผมก็ได้เป็นแค่ผู้เข้าร่วมงานเท่านั้น แต่ปีนี้มาแปลกทางคนจัดบอกว่าทุก ๆ ปี งานมันจะดูค่อนข้างเป็นทางการ ปีนี้เค้าก็เลยอยากให้บรรกาศดูเป็นกันเอง เฮอะ ๆ ๆ ยังงั้นถ้าขอมาแบบนี้เราก็จัดให้

     ปีนี้ผมเลยเสนอให้แบ่งเป็น 4 ช่วง ซึ่งช่วงที่เป็นพิธีการก็ยังคนต้องมีอยู่ แต่ปีนี้ทำให้สั้นที่สุด โดยช่วงที่ 2 ก็เปลี่ยนจากการสัมภาษณ์แบบที่มีคำถาม เตรียมไว้อยู่แล้ว ก็กลายเป็นคำถามสด โดนดูจากบรรยากาศเป็นหลัก และเพิ่มเกมที่ให้พนักงานได้มีส่วนร่วมสนุกกับน้อง ๆ AF6 ด้วย บวกกับช่วงสุดท้ายเป็นการเปิดซุ้มถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ซึ่งแฟน ๆ ของ AF จะชอบมากเป็นพิเศษครับ

     ซึ่งก่อนวันงานที่จะมาถึง ผมและพี่พิธีกรอีกคน ก็ค่อนข้างตื่นเต้นกันพอสมควรเพราะโดยปกติแล้วจะได้เป็นพิธีกรงานมาบ่อยแต่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถ้าให้พูดตามตรงก็ กลัวครับ กลัวโดนคนดูโห่ไล่ เฮอะ ๆ ๆ 1 ชั่วโมงครึ่งที่อยู่บนนั้นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรบ้าง ถามอะไรบ้าง แซวอะไรบ้าง และผมก็ไม่รู้ว่าพวกน้อง ๆ AF นั้นจะเป็นอย่างไร จะเล่นด้วยกับพวกเราไหม

     อย่างที่บอกครับทุกคนที่เป็นพิธีกรหรือวิทยากรมืออาชีพ หรือใครที่อยากจะเป็นพิธีการ วิทยากร แล้วล่ะก็ การเตรียมตัวถือเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะฉะนั้นไม่รอช้า และเนื่องจากตัวผมเองไม่ค่อยได้ติดตาม น้อง ๆ นักล่าฝันอย่างแฟน ๆ ตัวยง จึงต้องเตรียมตัวอย่างหนักเลยทีเดียว เริ่มต้นผมซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับน้อง ๆ มาอ่าน พร้อทั้งหาข้อมูลต่าง ๆ ทาง Internet และสอบถามจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้ซึมซับความเป็น AF แฟนคลับครับ เวลาที่สัมภาษณ์หรือพูดคุยกันบนเวทีแล้วนั้นเราจะได้รู้ว่าเราจะต้อง แซวอะไร พูดอะไร เพื่อให้ทั้งน้อง ๆ AF และ เหล่าแฟน ๆ ที่อยู่ด้านล่างสนุกสนาน............................... ถึงขั้นต้องเข้าไปดูการแข่งขันในรอบสุดท้ายที่ Impact เมืองทอง กันเลยทีเดียว ขอบอกว่าน้อง ๆ AF ทุกคนสุดยอดมากครับ สำหรับใครที่ได้ไปสัมผัสมาก็คงรู้ ตัวผมเองเมื่อได้ฟังน้อง ๆ ร้องเพลง ถึงกับขนลุกเลยทีเดียว .............. คือแอร์ให้นั้นมันเย็นอ่ะครับ เฮอะ ๆ ๆ

     สิ่งที่กังวัลมากที่สุดของการเป็นพิธีกร นั้น จริง ๆ แล้วอยู่ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ไม่เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า ความเงียบเกิดขึ้น หรือช่วงที่ไม่มีใครเลยที่พูด เป็นช่วงที่ไม่รู้จะพูดอะไร จะทำอะไรต่อ ตรงนี้ผมว่าสำคัญมากเลยครับ ถ้าเกิดบรรยากาศแบบนี้หลาย ๆ ช่วงเข้าผมว่าทุกคนคงจะหมดสนุกกันหมดแน่ ๆ

     เรื่องของ Script นั้นโดยตัวผมเองเป็นคนไม่ชอบที่จะมีเท่าไหร่นัก ซึ่งผมคิดว่ามันรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมชาติ แต่อันนี้ไม่แนะนำนะครับ การมี Script นั้นถือเป็นซึ่งสำคัญที่จะทำให้งานนั้น ๆ ดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด และราบรื่น แต่คนที่จะเป็นพิธีกร นั้นจะต้องปรับการ script นั้น ๆ ให้สามารถพูดโดยเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ไม่อย่างนั้นคนดูจะรู้สึกได้ครับ ว่าพิธีการพูดตาม script จะไม่เป็นธรรมชาติอย่างแรง...........................................................

     ซึ่งข้อเสียของผมนั้น ยังเป็นสิ่งที่ผมยังไม่ค่อยอยากแก้ไขเท่าไหร่ เฮอะ ๆ ๆ แต่ต่อไปถ้าจะเป็นพิธีการแบบมืออาชีพนั้นคงจะต้องปรับกันครั้งใหญ่เลยที่เดียว นั่นก็คือ การทำงานเค้าผิดคิวตลอด ซึ่งนั่นเป็นข้อเสียที่ยากแก่การให้อภัยครับ แต่ว่าบางคนก็ชอบบอกว่าดูเป็นธรรมชาติและเป็นตัวของตัวเองดี ซึ่งก็ทำให้ผมมีงานทำมาจนถึงทุกวันนี้แหละครับ เฮอะ ๆ ๆ

     เอาล่ะ เมื่อการเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว เมื่อถึงวันจริง ๆ จะเป็นอย่างไร เหตุการณ์อ่ะไรจะเกิดขึ้นบ้าง กรุณาติดตามต่อ ตอนต่อไปนะครับ..................................

*** ขออภัยที่ไม่ได้มีรูปมาให้ดูนะครับ เพราะผมยังไม่อยากเปิดเผยตัวเองว่าทำงานที่ไหน กลัวโดนหัวหน้าเข้ามาอ่านแล้ว โดนไล่ออกอ่ะครับ เฮอะ ๆ ๆ

edit @ 23 Nov 2009 16:28:07 by ●success 2gether●